สมรภูมิมือถือระดับกลางยังร้อนระอุต่อไปค่ะ และวันนี้อุ้มขอพาทีเด็ดฝั่งโมโต อย่าง Moto G6 Plus มารีวิวให้ทุกคนได้ชมกัน มีหลายอย่างที่มีการปรับปรุงมาจาก Moto G5 Plus เยอะพอสมควร จะมีอะไรที่น่าสนใจมาก ไปติดตามกันเลยค่า

FIRST IMPRESSIONS

ความรู้สึกแรกเมื่ออุ้มแกะกล่อง เจ้า G6 Plus ออกมา คือ “เออ สวยขึ้นเยอะเลย” ถ้าเทียบกับดีไซน์แบบฝาหลังโลหะเมื่อปีที่แล้ว เปลี่ยนมาใช้ฝาหลังเป็นกระจก Corning Gorilla Glass มีความเงางาม และ จับถนัดมือมากยิ่งขึ้น

ส่วนด้านหน้า จะมากับหน้าจอที่กว้างมากยิ่งขึ้นถึง 5.9 นิ้ว โดยจะมีอัตราส่วน 18:9 Full HD+ แถบสแกนลายนิ้วมือด้านล่าง มีขนาดเล็กลงเยอะมาก เสียดายที่จริงๆแล้วแถบด้านล่างน่าจะเล็กได้กว่านี้อีก แต่สามารถสแกนได้แม่นยำดีค่ะ ไม่มีปัญหา

ถ้าเทียบกับ G5 Plus อุ้มว่าเจ้าตัวนี้ดูแกรนด์กว่าเยอะมาก แต่ดีไซน์หลังกระจกแบบนี้ ทางโมโตเองก็เคยทำมาก่อนหน้าแล้วนะคะ แต่เพิ่งเอามาใส่ใน G6 Plus โดยจะรองรับการใช้งาน 2 ซิม และใช้พอร์ตเป็น USB Type C

 

  

SMART DUAL CAMERA

แต่สิ่งที่ทำให้ G6 Plus แตกต่าง คงจะเป็นเรื่องกล้องนี่เอง กล้องคู่ความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซล ที่ใส่เทคโนโลยีมาให้แบบจัดเต็ม ถ้าเล่าง่ายๆก็คือ โฟกัสได้ไว และลูกเล่นเยอะนั่นเอง เริ่มจาก Dual Autofocus ที่ทำให้โฟกัสภาพได้ไวมากขึ้นถึง 40% อุ้มลองทดสอบทั้งโฟกัสใกล้ ไกล โฟกัสไวจริงๆ ทั้งในแสงปกติ และแสงน้อย โดยกล้องหลัก ตัว 12 ล้านพิกเซล จะมากับรูรับแสง f/1.7 ถ่ายตอนกลางคืนแบบชิวๆ

ยังมีลูกเล่นอื่นๆ ที่อุ้มลองเล่นแล้วก็ชอบนะ ยกตัวอย่างเช่น โหมดสีจุด (Color Spot) เพียงแค่จิ้มที่สีที่เราต้องการ ก็ทำให้สีอื่นๆภายในภาพ กลายเป็นสีขาวดำได้เลย หรือโหมดคัตเอาท์ ตัดภาพมาใส่แบบไม่ต้องพึ่ง Photoshop ส่วนการทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ ก็ถือว่าตัดออกมาได้เนียนดี ไปลองชมภาพตัวอย่างแบบไม่ได้ปรับแต่งจาก G6 Plus กันได้เลยค่า

ส่วนกล้องหน้า มากับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งจะมีความละเอียดมากกว่ารุ่นที่ขายใน USA ด้วยนะคะ (อันนั้นแค่ 8MP) เพราะทางโมโตเองได้ทำ Research มาแล้วว่า ในบ้านเราคนชอบเซลฟี่กันมากกก

เลยมีโหมดบิวตี้มาให้ พร้อมกับลูกเล่นอื่นๆ เช่น ฟิลเตอร์ใบหน้า เซลฟี่กลุ่ม ถ่าย Slow Motion หรือ Timelapse ได้อีกด้วย ภาพที่ออกมา ส่วนตัวคิดว่า software กล้องของทางโมโต ทำได้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนพอควรนะคะ

  

PERFORMANCE

 

ถึงจะไม่ได้เป็นรุ่นเรือธง แต่เจ้าตัวนี้ก็มากับชิปประมวลผล Snapdragon 630 ใส่แรมมา 4GB และมากับความจุ 64GB สามารถเพิ่มเมมได้ภายหลัง และเสน่ห์ของ Moto ก็ยังคงเป็น Android OS แบบคลีนๆ เรียกว่าไม่ต้องใส่อะไรมาเยอะมาก ทำให้การใช้งานทำได้ลื่นไหลมากกว่า

อุ้มลองเอามาเล่นหลายๆ เกมค่ะ อย่าง RoV ก็จะวิ่งอยู่ที่ 30 fps เล่นได้ลื่นๆ เลย ไม่มีอาการกระตุกให้หงุดหงิด หรือจะเป็น PUBG ก็เล่นได้สบายๆ จอใหญ่ๆ เสียงดี ให้แบตมา 3200 mAh พร้อมกับโหมด TurboPower เล่นเกมแบตหมด ชาร์จแปปเดียว ก็กลับมาเล่นได้อีกเป็นชั่วโมง ถือว่าทำได้ดีสำหรับเรื่องนี้ค่ะ

และยังใส่ Moto Experience มาให้แบบจัดเต็ม หลังจากรีวิวมือถือจาก Moto มาหลายรุ่น รู้เลยว่าเค้ากำลังพัฒนาตรงจุดนี้ ให้ตรงใจผู้บริโภคอย่างเราๆ ให้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Moto Actions ต่างๆ ทั้งการใช้สามนิ้วแตะค้างบนหน้าจอเพื่อจับภาพหน้าจอ หรือจะเขย่าสองครั้งเพื่อเปิดปิดไฟฉาย และโหมดที่ทุกคนชอบมากเลยคือ การหมุนข้อมือเร็วๆสองครั้งจากตรงไหนก็ได้ จะเข้าสู่โหมดถ่ายภาพทันที

หรือจะเป็นการใช้งาน Moto Display ซึ่งจะช่วยถนอมดวงตาของเรา จากการลดแสงสีฟ้าในเวลากลางคืน และอีกอันที่อุ้มชอบมากคือ ถ้าตาเรายังจ้องจออยู่ จอก็จะไม่ดับไปค่ะ แม้เราจะไม่ได้เอามือจับจออยู่นั่นเอง อันสุดท้ายคือ ถึงแม้ Moto G6 Plus จะไม่มี Always on Display แต่เมื่อหน้าจอล็อกอยู่ เราเพียงยกมาดู ก็จะเห็นนาฬิกา หรือการแจ้งเตือนอื่นๆที่จำเป็น ทำให้ประหยัดแบตมากกว่าอีกด้วยนะคะ

 

SUMMARY

ในศึกมือถือระดับกลางในครั้งนี้ อุ้มขอจดเจ้า Moto G6 Plus เข้าเป็นหนึ่งในมือถือที่อยากแนะนำ เพราะความ Pure Android ที่ทางโมโตทำได้ดีมาตลอด แต่ใน G6 Plus เราจะเห็นเลยว่า เค้าพยายามศึกษาการใช้งานของลูกค้า แล้วปรับออกมาให้ใช้งานได้จริง

ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาที่ดีขึ้น จนไปถึงโหมดกล้องต่างๆ ที่ใส่ลูกเล่นมาแบบจัดเต็มสุดๆ กล้องหน้าของเครื่องที่ขายในไทย ที่อัพความละเอียดจากเมืองนอก 8MP ใส่มาให้เราถึง 16MP หรือจะเป็น Performace ในการเล่นเกม ที่ทำได้ดีกว่ามือถือระดับราคาเดียวกัน

หากใครสนใจ ก็สามารถไปจัดกันได้แล้วนะคะ ในราคา 9,990 บาท หรือถ้าราคายังไม่สะใจพอ ก็มีโปรจากทางทรูมูฟ เอช ลดราคาเหลือ 6,990 บาท เมื่อสมัครแพ็ก 4G+ Fun Unlimited 699 ขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท

วันนี้อุ้มขอฝากไว้เท่านี้นะคะ แล้วพบกันได้ใหม่เร็วๆนี้ สวัสดีค่า

 

Comments

comments