เปลี่ยนบรรยากาศ มาหาหูฟังเทพๆ ประดับหูกันดีกว่าค่ะ เล่าก่อนว่าจริงๆแล้ว อุ้มเป็นคนที่ไม่ชอบใส่หูฟังใหญ่ๆ หรือเอาอะไรมาหนักหัว แต่ตอนที่เอา Sennheiser PXC550 มาลองใช้งาน ความรู้สึกเปลี่ยนไปเลยค่ะ เพราะมันดูดีและเก็บเสียงรอบข้างได้เงียบสุดๆไปเลย

DESIGN

แค่แว๊บแรกที่หยิบหูฟัง Sennheiser PXC550 ออกมา ก็สัมผัสถึงความหรูหราสุดๆแล้วค่ะ ดีไซน์ออกมาได้สวยดี และชอบการเลือกใช้วัสดุ สังเกตุดูบริเวณที่ครอบหูจะบุด้วยหนังอย่างดี ทำให้คนที่หัวเล็ก ก็ยังใส่หูฟังอันนี้ได้อย่างสบายหู และไม่หลุดง่าย ที่สำคัญคือ มันสบายหูมากจริงๆ

เราสามารถเริ่มต้นการใช้งาน โดยเปิดหูฟังออกมาให้อยู่ในตำแหน่งพร้อมครอบหู นั่นก็แปลว่า เราไม่ต้องเปิดปิดตัวเครื่องให้เสียเวลา แค่กางออกมาก็เปิดแล้ว และหากต้องการปิด ก็แค่พับเก็บเข้ากระเป๋าไป เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จุดนี้ทำให้อุ้มหมดปัญหาการลืมปิดหูฟัง แล้วแบตหมดกลางทางไปอย่างสิ้นเชิง

ปุ่มทั้งหมดที่อยู่บนหูฟัง เลยมีจำนวนน้อยมากเลยค่ะ ประกอบไปด้วย

  • แถบเลื่อนเปิดปิดการตัดเสียงรอบข้าง
  • ปุ่มตัวโน๊ต สามารถกดเช็คสถานะแบตเตอรี่
  • แถบเลื่อนเปิดปิดบลูทูธ
  • รูเสียบชาร์จแบบ micro usb
  • รูเสียบสายหูฟังเพิ่มเติม

หมดแล้วค่ะ มีแค่นี้จริงๆ เป็นเพราะที่หูฟังด้านขวา จะมี Touch Panel ที่ทำให้เราสั่งการหูฟัง ได้เพียงสัมผัสเบาๆ นั่นเอง

 

HOW IT WORK?

เริ่มต้นการเชื่อมต่อ โดยการกดที่ปุ่มตัวโน๊ตค้างไว้จนไฟแสดงสถานะวิ่ง แล้วใช้อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ ค้นหาคำว่า PXC550 แล้วทำการเชื่อมต่อ เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย

ที่มือถือของเรา ก็สามารถดาวน์โหลดแอพ CapTune มาไว้สำหรับคอนโทรลหรือปรับแต่งหูฟังเพิ่มเติมอีก หรือจะใช้งานเพียวๆ ไม่ต้องโหลดแอพก็ได้นะคะ

หลังจากเชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อย เราก็ใช้งานกันได้เลยค่ะ อุ้มขอแนะนำการควบคุมแบบสัมผัสแบบง่ายๆดังนี้

  • แตะที่หูฟังด้านขวา 1 ครั้ง จะเป็นการเล่นหรือหยุดเพลง รวมทั้งรับสายวางสาย
  • สไลด์นิ้วที่หูฟังด้านขวาขึ้น จะเป็นการเร่งเสียง
  • สไลด์นิ้วที่หูฟังด้านขวาลง จะเป็นการลดเสียง
  • สไลด์นิ้วที่หูฟังด้านขวา ไปทางข้างหน้า เป็นการเปลี่ยนไปเพลงถัดไป
  • สไลด์นิ้วที่หูฟังด้านขวา ไปทางข้างหลัง เป็นการเปลี่ยนไปเพลงก่อนหน้า

คอนเซปของการควบคุมแบบนี้ ทำให้อุ้มชอบมากๆ ไม่ต้องมานั่งคาดเดาว่าปุ่มอยู่บริเวณไหนของหูฟัง สัมผัสเบาๆ ก็ใช้งานได้โดยแทบไม่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และไม่ต้องถอดหูฟังเข้าๆออกๆเพื่อปรับการตั้งค่าต่างๆอีกด้วย

 

NoiseGard

อีกอย่างนึงที่ต้องพูดถึงคือการใช้งาน Adaptive Noise Cancellation หรือเล่าง่ายๆ มันคือการตัดเสียงรบกวนจากรอบข้างนั่นเอง ซึ่งมันตัดไปหมดเลยจริงๆนะ 555

เราปรับระดับการตัดเสียงรบกวนได้จาก 0-100% ผ่านแอพ CapTune หรือจะเลื่อนปุ่มตรงข้างๆ โดยจะปรับได้ทั้งหมด 3 ระดับ คือ ไม่ตัดเสียงรบกวนเลย ตัดเสียงรบกวนระดับหนึ่ง และตัดเสียงรบกวนระดับสูงสุด

ซึ่งในแต่ละระดับ ก็จะเหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรานั่งทำงาน ใช้สมาธิมากๆ การตัดเสียงรบกวนได้หมดเลยจาก PXC550 ก็จะมีประโยชน์มาก หรือถ้าเราใส่ฟังบนรถไฟฟ้า ก็อาจจะไม่ได้อยากให้ตัดเสียงรบกวนมาก ก็ปรับได้เช่นกัน

 

TRUE HI-FI SOUND

เทคโนโลยีหูฟัง ต้องมาพร้อมกับเสียงที่ดีตามไปด้วยใช่มั้ยคะ ถึงหูอุ้มจะไม่เทพเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกได้เลยว่า Sennheiser PXC550 สร้างความแตกต่างและเพิ่มอรรถรสทางการฟังเพลงขึ้นหลายเท่าทีเดียว โดยมีคุณภาพเสียงที่ดี ฟังเพลงได้กว้าง พวกเพลงแนวมันส์ๆ สนุกๆ EDM เสียงนี่กระหึ่มดีเลย

และใครที่ใช้เพื่อคุยโทรศัพท์ด้วย อุ้มทดสอบไมโครโฟนแล้ว อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจนะคะ คู่สนทนาฟังเสียงเราได้ชัดเจนดี ไม่มีเสียงรบกวนเข้าไปในการคุยอีกด้วย

 

LONG BATTERY LIFE

จะมีประโยชน์อะไร ถ้าเรามีหูฟังเทพๆ แต่แบตกลับหมดเร็วจริงมั้ยคะ PXC550 มากับแบตขนาดใหญ่ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้อย่างต่ำ 30 ชม.​ จากเดิมที่มักจะมีปัญหากับไฟลตท์บินยาวๆ พอมี PXC550 เป็นเพื่อน ก็อยู่ได้ยาวตลอดการเดินทาง

นี่หละคือสาเหตุ ที่ทำให้ Sennheiser PXC550 กลายเป็นหูฟังสำหรับนักเดินทางตัวจริง เท่าที่อุ้มใช้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็ปลื้มมากทีเดียวค่ะ พกพาไม่ยากนัก มีเทคโนโลยีหลายอย่างที่น่าสนใจ ตัดเสียงได้ดีมากกก และไม่จำเป็นต้องชาร์จบ่อยๆ

ใครที่สนใจ สามารถหาซื้อได้แล้วที่

PXC 550 Wireless

ในราคา 12,990 บาท จาก 17,890 บาท วันนี้อุ้มขอฝากไว้เท่านี้ สวัสดีค่า

 

 

 

Comments

comments